"Omija" มันคืออะไรกัน???

posted on 18 Jun 2011 15:46 by archimonde
อะแฮ่มๆ ไม่ได้เขียนบทความอย่างนี้มานานเลยทีเดียว(เคยเขียนตั้งแต่เมื่อไหร่แว๊Foot in mouth)
อันด้วยจากสภาวะอารมณ์ที่ไม่ค่อดีเท่าไหร่ (ตะล้อดๆอะCry)
 
วันนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องผลิตภัณฑ์ตัวนึงของสกินฟูด(Skinfood) ซึ่งเป็นตัวที่ผมสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
 
และคิดว่าคงมีคนที่สนใจไอ่เจ้าตัวนี้ไม่แพ้ผมเหมือนกัน...
แต่ขอบอกก่อนนะครับว่า... "นี่ไม่ใชรีวิวผลิตภัณฑ์ของสกินฟูด" เพราะผมไม่เคยใช้
 
งานเขียนนี้เป็นเพียงการอ้างอิงทางด้านวิชาการเกี่ยวกับสาร(substances)ภายในและความเห็นส่วนตัวเท่านั้น
 
เอาละครับเข้าเรื่องเลยละกัน...
.
.
....
อย่างแรกที่เราควรรู้กันก่อนเลยก็คือ...
Omija นี้ เป็นชื่อที่เรารู้จักกันในภาษาเกาหลี แน่นอนว่าเมื่อพูดแบบนี่้แสดงว่ามีชื่ออื่นอีก
 
แน่นอนครับ มันอีกหลายชื่อเลย เช่นภาษาจีนเรียก wǔ wei Zi (อ่าไม่ออกอ่ะFoot in mouth) ในภาษาญี่ปุ่นเรียก
โกมิชิ (gomishi)  ภาษาเกาหลีเรียก omija (โอมิจา) (hangul: 오미자) ,
ชาวAinuเรียกว่า รีพแนพ (repnihat) , และชื่อในทางวิทยาศาสตร์ของมันคือ
.
.
.... Schisandra chinensis .... 
(ชิแซนดร้า ไชเนนสิส อ่าออกอังกฤษหน่อยก็ ชิซันดร้ะ ไชเนนสิส)
 
   ทีนี้พอเรารู้จักชื่อของมันพอคร่าวๆแล้ว เราสงสัยมั้ยว่ามันคือะไร
ครับ ถูกต้องแล้ว มันชือพืชชนิดหนึ่งที่ชาวจีน พี่ยุ่นและเกาหลีเค้ามาทำชาดื่มกัน ตั้งแต่โบราณมาแล้ว
 
สังเกตจากชื่อคงเดาได้แล้วว่าชาวจีนเป็นคนเอาื่มาก่อน(มั้ง) หรือไม่ก็น่าจะอยู่ในประเทศจีน
 
และมีอีกนิยามนึงที่ชาวจีนให้ไว้กับomija คือ "five flavor berry" น่าจะแปลว่ามันคือ ผลเบอรี่5รสนั่นเอง
 
ซึ่งรสทั้ง5ที่เค้าบอกไว้อันได้แก่ เค็ม,หวาน,เปรี้ยว, เผ็ด* และขม
(*อนึ่งในเรื่องของรสชาติผมไม่ทราบว่า เ็ผ็ด คือรสชาติหรือเปล่า เค้านิยามไว้เช่นนี้
เผื่อมีผู้เรียนด้านรสชาติอาหารมาเห็นแล้วจะแอบนั่งด่าข้อมูลหาว่าผมมั่วได้Foot in mouth)
 
นั่น พูดมาตั้งนานลืมเอารูปให้ดูเลย
 
อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผมสนใจโอมิจาขึ้นมา
*ขอบคุณเว็บไซต์ต่างๆที่ผมนำภาพมา ไม่ได้ลงลิงค์ให้แต่ผมทำเชื่อมโยงไว้ให้แล้วนะครับ
^
^
^
นี่แหละ อ่าาาา เห็นแ้ล้วน่าใช้ดี แพ็คเกจน่าหลงใหลมากๆ (เคลิ้มๆๆๆSurprised)
 
อะ มาต่อกันยังไม่จบโอมิจานี้ เป็นพืชพื้นเมืองของจีนตอนเหนือและทางรัสเซียตะวันออก(ก็มีกะเค้าด้วย)
 
ที่นี้มาดูรูปแบบจริงๆดีกว่าว่าหน้าตามันเป็นจะได
 
 
หลังจากที่พอเข้าใจเป็นไอเดียแล้ว(ถึงไหนแล้ววะFoot in mouth)
 
อ้อ มีการศึกษาทาด้านเภสัชวิทยาในสัตว์ว่า ....
มันเพิ่มความสามารถในการทำงานทางกายภาพและป้องกันความเครียดจากปัจจัยอันตรายต่างๆมากมาย
(broad spectrum of harmful factors)
.
.
?
งงใช่ปะ 555+
 
สรุปก็คือ มันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เราเรียกคุ้นปากกันว่า แอนตี้ออกซิแด้นFoot in mouth (Antioxidant) นั่นเอง
ง่ายขึ้นเลยเนอะ
 
ทีนี้ถามว่ามันช่วยแค่เรื่องอนุมูลอิสระแค่นี้หรอ คำตอบคือไม่แน่นอน มันยังช่วยในเรื่องของภาวะheat shock
หนาวเกิน, เย็นเกิน, ผิวหนังไหม้, น้ำร้อนลวก(ไปใช้โทานฟง่ายกว่าKiss), น้ำแข็งกัด(ไม่แน่อิีก20-30ปีข้างหน้าเมืองไทยอาจเจอพายุพิมะได้555Surprised), การเคลื่อนไหวที่ลำบากหรือการขยับร่างกายไม่ได้(ใช้ยังไงสงสัยๆ)ช่วยในกรณีที่(เจือก)ดำน้ำลงลึกเกินไป,แผลอักเสบ,โดนรังสีหรือกระทั่งถูกพิษจากโหละหนัก...
.
.
.แม้ๆๆๆๆ ของเค้าดีจริงๆ 555+
.
.
แต่!!!!!!!!!! มันเจ๋งกว่านั้น คือสารสกัดมันมีฤทธิ์ในการเป็น  phytoadaptogen** แล้วเข้าไปมีผลในเรื่องของ
ระบบประสาทส่วนกลาง,ระบบประสาทพิมพาทติก,ระบบต่อมไร้ท่อ,ระบบหายใจ,ระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงระบบทางเดินอาหารเลยทีเดียว  (central nervous, sympathetic, endocrine, immune, respiratory, cardiovascular, gastrointestinal systems)
 
ซึง่ก็คือช่วยบรรเทาให้พยาธิสภาพหรือโรคที่เกิดในระบบต่างๆดีขึ้น
(แต่อย่าลืมว่านี่คือการศึกษาในสัตว์ในมนุษย์ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ต่างกว่าที่เรายังไม่รุ้แน่ชัด)
 
และที่พูดมานี่ไม่ใช่นั่งเทียนเขียนมั่วเหมือนนิตยสารดาราไปวันๆ(โคตรไร้สาระดาราก็คนมั้ยละInnocent)
ที่เสนอมานี้มีงานวิจัยรองรับนะครับไม่ชื่อลองเข้าไปดู
(***ขอบคุณPUBMEDและScienceDirectcและproxyของมหายวิทยาลัยที่ทำให้โหลดเปเปอร์ได้)
ผมไม่แน่ใจงานเปเปอร์ฉบับเต็มเปิดโหลดฟรีมั้ย แต่บทคัดย่อก็สรุปมาใ้ห้ทั้งหมดแล้วอะนะ
 
**phytoadaptogen หลายคนอาจไม่รู้จักคำี้นี้ว่าคืออะไร งง
phytoadaptogen แยกเป็น2คำคือ
 
Phyto หรือ Phyt หมายถึง Plant(พืช)

adaptogen หมายถึง ผลิตภัณฑ์จากพืชธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการรับมือกับ ปัจจัยความเครียดภายใน(ระบบเผาผาญของร่างกาย) และ ภายนอก(สิ่งแวดล้อม;แสงแดด,ควัน,อาหาร ฯลฯ)รวมทั้ง หน้าที่ปกติของร่างกาย  ช่วยรักษาสภาพภายในร่างกายให้มีความเสถียรหรือที่รู้จักกันว่า homeostasis และลักษณะที่สำคัญคือ ปลอดภัย และ ผลข้างเคียงน้อยมาก
 

ตอนนี้มียาเม็ดออกมาขายแล้วแต่ไม่รู้ว่าในไทยเรามีรึเปล่า เห็นแต่แบบสกินฟู้ดที่เป็นเครื่องสำอาง
 
ประโยชน์ในทางเภสัชวิทยายังมีอีกเยอะแยะเลย(เริ่มขี้เกียจFoot in mouth)
สรุปสุดท้ายเลย
ไอ้เจ้า Schisandra chinensis ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพทางร่างกายและจิตใจ 
-บรรเทาความเมื่อยล้าและสร้างความแข็งแรง   
-มีประสิทธิภาพต่อต้านแบคทีเรียที่เชื่อมต่อเกี่ยวกับความผิดปกติของปอด(พวกS.pneumo,K. pneumo)  
-ส่งเสริมการจัดหาออกซิเจนสำหรับเซลล์ต่างๆ
-ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยป้องกันความเครียด  
-ช่วยในระบบสืบพันธุ์ด้วย

จบ
เหนื่อยจิงFoot in mouth
เขียนตั้งแต่บ่ายยันเย็นเลย
ถ้าทำสัมมนดีเหมือนแบบนี้คงเก่งสุดในรุ่นเลยเนอะ
555+
ขอบคุณครับ
 
Refs.
Panossian A. Wikman G."Pharmacology of Schisandra chinensis Bail.: an overview of Russian research and uses in medicine. [Review]" Journal of Ethnopharmacology. 118(2):183-212, 2008 Jul 23
 
http://en.wikipedia.org/wiki/Schisandra_chinensis#cite_note-4
 
http://www.naturalelixir.com/schisandra.html

เผยบาปในใจทั้ง7ประการ

posted on 18 May 2011 21:55 by archimonde
Greed: High
 
Gluttony: Medium
 
Wrath: Very High
 
Sloth: Medium
 
Envy: Very High
 
Lust: Very High
 
Pride: High
 
 
จากผลสรุปการวิเคราะห์มันบอกว่า...
จากผลทั้งหมดนี่เรามี Wrath หรือ โทสะ เป็นบาปหนักที่สุด ==a
 
เออ เวรกำ(แอบตรงนะ)
คัยว่างๆก็ลองทำดูเน่อ....
.
.
.
...ฝนตก จั้กๆ...

"พรำๆ"

posted on 10 May 2011 22:54 by archimonde
ตอนนี้ ฝน กำลังตกพรำๆ อากาศกำลังเย็นสบาย...
อย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้เหงื่อไม่ออก
สำหรับผมแล้วยังมีอีกอย่างที่กำลังพรำๆเหมือนกัน
.
.
...
พรำ, พรำ ๆ    [พฺรํา] ก. ตกน้อย ๆ เรื่อยไป (ใช้แก่ฝน) ในคําว่า ฝนพรํา. ว. อาการ
    ที่ฝนตกน้อย ๆ เรื่อยไป ใช้ว่า ฝนตกพรํา ฝนตกพรํา ๆ.
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไง...
อย่างแรกต้องอ้างถึงบทความบทหนึ่งก่อนว่า
"...มิตรเป็นคนสำคัญ
เพราะมิตรสามารถรู้จุดอ่อน จุดแข็งของชีวิตเรา
รู้ว่าหากเราล้ม ทำอย่างไรจะให้เราลุก
หรือทำอย่างไรที่จะหยุดลมหายใจของเรา
เพราะคำพูดคำเดียวของมิตร
สามารถทำลายเราได้ทั้งชีวิต
   การมีศัตรูร้อยคน...
จึงไม่น่ากลัวเท่าการมีมิตรทรยศเพียงคนเดียว..."
(ที่มา:ห้องนั่งเล่นของความคิด เขียน:ลูกปัด สนพ.:ใยไหม พิมพ์ครั้งที่:17)
 
ใช่ คิดว่าเริ่มเจอกับตัวเองแล้ว แต่ไม่คิดว่า มันจะมาเร็ว และใกล้ขนาดนี้
อย่าเสริมบทความนี้อีกหน่อยนึงว่า...
ขณะที่เราใส่หน้ากากในทุกๆวัน
มีเพียงมิตรเท่านั้นที่(แอบ)แงะหน้ากากเราออก
ทิ้งร่องรอยของความเจ็บปวด และคราบน้ำตาไว้บนหน้าเรา
.
.
"พรำๆ
ข้างใน
ปวดร้าว"
.
.
เช่นเดียวกัน
ทำไมต้องมาทำกับเราแบบนี้
โทรมาบอกกันบ้างก็ได้
ไม่ก็ยิงมาให้โทรกับบ้าง
เราจะได้รู้ข่าวคราวอะไรกับเขาบ้าง
 
หรือมันอาจคงสะใจพวกเธอที่เราโดนด่า
หรืออยากรู้กันแค่ในกลุ่มของเธอที่มีเราเป็นแค่ส่วนเกิน
 
รู้มั้ย
เบื่อเหมือนกันแหละ
เบื่อเหมือนกัน
ที่มันมีสิ่งเลวๆแบบนี้เกิดขึ้น
(กู)เบื่อ...
 
เอาวะ
สามสี่ปียังทนมาได้
อีกแค่ไม่กี่เดือนสี่ห้าเดือนเอง ทำไมจะทนไม่ได้
เชื่อเถอะ เราจะเก็บไว้ ว่าเราเคยโดนอะไรมา
เราจะจำ แล้วรอวันที่มันเป็นของเราบ้าง
เราจะรอ
เฝ้ารอ
.
.
.
รอ
.
.
...

ความ"จคริง"

posted on 05 May 2011 18:18 by archimonde
คำว่า"ความคิด" และ "ความจริง" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ให้นิยามไวว่า...
 
ความคิด     น. สิ่งที่นึกรู้ขึ้นในใจ; ความรู้ที่เกิดขึ้นภายในใจ ก่อให้เกิดการแสวงหา
    ความรู้ต่อไป เช่น เครื่องบินเกิดขึ้นได้เพราะความคิดของมนุษย์; สติ
    ปัญญาที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถูกต้องและสมควร เช่น คนทำลาย
    ของสาธารณะเป็นพวกไม่มีความคิด.
 
จริง, จริง ๆ    [จิง] ว. แน่ เช่น ทําจริง ชอบจริง ๆ; แท้, ไม่ปลอม, เช่น ของจริงไม่ใช่ของ
    เทียม; เป็นอย่างนั้นแน่แท้ ไม่กลับเป็นอย่างอื่น เช่น ข้อนี้เป็นความจริง,
    ไม่เท็จ, ไม่โกหก, ไม่หลอกลวง, เช่น เรื่องจริง พูดจริง, เป็นไปตามนั้น
    เช่น ความฝันกลายเป็นความจริง.
 
วันนี้เราคิดว่าเพื่อนเราไม่อยากอยู่กับเรา อึดอัดและอยากย้ายไปอยู่ห่างๆเรา เราเข้าใจว่านิสัยเรามันแย่ เอาแต่ใจและอารมเป็นหลัก และไม่เคยขอโทษไม่ว่าเรื่องใดใด เราคิดว่า ทำไมเวลาเทอไปไม่เคยบอกกล่าวเราเลย เราคิดอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ตอนตีสาม จนบ่ายแก่ๆอิกวัน เราถาตังเองอยุ่ตลอดว่า"ทำไมๆๆ..."
 
เราเครียดจนปวดหัว
 
ทำไม
ทำไม
ทำไม
...ต้องทำแบบนี้
...ไม่บอกกันบ้าง
...ฉันผิดอะไร
...เกลียดกันขนาดนั้นเลยหรอ
 
แต่ด้วยทิฐิของเรา ก็ไม่เคยถามอะไรเทอหรือพบหน้าเทอเลย
 
จนเทอเข้ามาคุย
จึงรู้ความจริงหลายๆอย่างที่เราไม่รู้ เพราะมัวแต่หลงคิดไปเอง ว่านู่นนี้...
 
ยังดีใจ ที่เทอไม่ได้เกลียดเราจนเกินไปนัก
ยังดีใจที่เธอยังพูดคุย ยิ้มแย้มทักทาย พูดจาแซวกัน
ยังดีใจที่เธอยังเป็นเพื่อนกัน
 
แม้วันนี้มันอาจจะสายไปสำหรับคำขอโทษ
 
แต่ก็อยากให้เธอรับรู้ ว่าเพื่อนคนนี้ อยากบอกว่า ขอโทษ ในสิ่งที่ทำไม่ดีหลายๆอย่าง
"...ขอโทษจากใจจริงใช่อิงนิยาย
ขอโทษเธอมากมายทุกการกระทำ
ขอโทษในความผิดสิ่งเลวเลวที่กระทำ
ขอโทษที่ให้ช้ำให้ระกำในหัวใจ
 
   เพื่อนรู้ว่าเพื่อนผิดแต่ไม่คิดจะบอกไป
เพื่อนรู้ว่าเพื่อนใช้ในถ้อยคำอันเหล็กแหลม
เพื่อนรู้ว่าทิ่มหอกทั้งหนักทั้งร้อนแรง
เพื่อนจึงเขียนคำแปลงอยากขอโทษจึงเขียนเอย..."
 
โชคดีนะ^^

กลับมา(จากบ้าน)แล้ว

posted on 26 Dec 2010 22:49 by archimonde
 
หลังจากที่กลับไปล้างพิษสังคมเมืองจากที่บ้านมา
 
บ้านที่มีความอบอุ่น ทั้งพ่อและแม่
 
ตอนนี้ผมรู้สึกดีมากๆเลย แบบว่า ไม่ต้องไปสนใจอะไรกับใคร
 
เอ้อ...
 
ตอนกลับบ้านไป เจอรถใหม่
 
SealedSurprisedEmbarassed
 
ว้าวววววว พ่อซื้อรถใหม่...
 
แต่ไม่ยอมบอกเรา ไม่ยอมชวนเราไปซื้อด้วยเลย (เซง)Innocent
 
แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็รถใหม่อะ ๕๕๕๕+
.
.
.
.
ขอบคุณพ่อกับแม่ และสังคมชนบท
 
ที่ทำให้เรามีสุขภาพใจที่ดีขึ้น
 
พร้อมที่จะออกไปเผชิญและฝ่าฟันอุปสรรค
 
ทั้งอุปสรรคทางการงาน การเรียน และ "คน" บางคน
 
ขอบคุณที่ทำให้ลูกคนนี้มีแรงสู้ต่อนะครับ
 
ผมจะสู้ต่อไป
 
วันที่สามสิบนี้ ยังมีสอบวิชาภูมิคุ้มกันอีกหนึ่งวิชา
 
(ไม่รวมวิชายูรินวันที่เจ็ดมกราปีหน้านะ อิอิ)
 
เฮ้อ เหนื่อยๆ
 
แต่ก็ ดีแล้วหละเนอะ
 
Cool

♫ ♬ArchiAuiteZ ♪ ♩ View my profile

Share on Facebook