กลับมาหาเพื่อน

posted on 01 Oct 2016 10:34 by archimonde directory Lifestyle

อยากกลับมาหา มาเจอคนที่พร้อมจะเข้าใจ ไม่ว่าเลวร้ายซักเพียงไหน...

ถุยยย ไม่ใช่ใหม่ช่าแอมโว้ย นั่นรุ่นแม่

เอ้า กลับมาคราวนี้หลังจากหายไปหลายปีเลย บล็อกร้างมากจริงๆ

...ร้างทั้งเว็บเลย..

เฮ้อออ เศร้าใจ สมัยก่อนนี่มันฮอตมากเลยนะบล็อกนี้

ไปลงไปดูFavorite ป้าดดด เหลือไม่ถึง10บล็อก โถ่ถัง

นี่มันรอวันปิดชัดๆ

อ่ะๆๆๆ วันแค่อยากจะบอกเรื่องกิจกรรม สำหรับคนที่เล่นเกมการ์ดอย่าง HearthStone

ตอนนี้มีกิจจกรรมตัวละครและหลังการ์ดของ Tyrander คนนี้

และนี่คือหลังการ์ดของนาง

วิธีที่จะได้มาก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเลย ขอก๊อบมาจากกลุ่มหน่อยนะครับ

วิธีที่จะได้เราต้องลิ้ง acoount Amezon ที่เป็นของ US เข้ากับ Account Twitch ครับ

วิธีเปลี่ยน Amazon account ไปเป็น US
1.login Amazon>> 2.เลือก your account>>3.เลือก Manage Your Content and Devices>> 4.เลือก Setting >>>เปลี่ยน Country Settings เป็น United United States
ปล.ส่วนที่อยู่ก็มั่วหาดู searchอากู๋ ก็เจอ
Edit 2
หลังเปลี่ยน Amazon account เสร็จก็ลิ้งเข้าไป twitch
ลิ้ง Twitch prime
https://twitch.amazon.com/prime
แล้วก็เข้าไปกดรับ code เอา code ไปใส่ใน battle net เป็นอันเสร็จพิธี
Edit 3
สำหรับคนกลัวว่าจะมาชาตเงินหลังครบเดือน ได้codeมากดยกเลิก Amazon prime ได้เลยครับ
***แนะนำยกเลิกเลยเพื่อความชัว
ลิ้ง ยกเลิก
https://www.amazon.com/gp/help/customer/display.html…

เอาละ วันนี้มาแค่นี้ก่อน วันหลังจะมาหาใหม่นะ

 

3เดือนก่อนสอบใบประกอบวิชาชีพ...
 
อาจารย์:นิสิตทุกคน ไปฝึกงานอย่าลืมอ่านหนังสือกันน้าาา เนื้อหามันเยอะ เดวจะอ่านไม่ทันแล้วจะหาว่าอาจารย์ไม่เตืออนนะครับ
นิสิต: คร้าบบบบ อาจารย์ เดวหอบหนังสือไปอ่านด้วยเลยอะ
 
2เดือนก่อนสอบใบประกอบวิชาชีพ...

ฮรี่ๆๆๆ เอาหนังสือมาด้วย ทุกวิชาเลย แต่วันนี้ฝึกงานมาเหนื่อย เอาไว้อ่านทีหลังละกัน....คร่อก คร่อกZzZz
 
1เดือนก่อนสอบใบประกอบวิชาชีพ...

หึ้ยยยSealed ทำไมไวจัง แต่เหลืออีกตั้งเดือนนึงแน่ะ เอาไว้อาทิตย์หน้าละกัน วันนี้เซลเลี้ยงชาบู ไปกินก่อนดีกว่า 
 (พอกลับมาถึงห้อง) โอ๊ย ทำไมง่วงจังวะ นอนก่อนดีกว่า เดวพรุ่งนี้อ่านก็ทัน
 
10วันก่อนสอบใบประกอบวิชาชีพ...

หึ้ยยยยยย !!! อ้าย เ_ี้ยยยยยยย  กูยังไม่ได้อ่าน _่า ไรเลยอ่าาาาาา
 
อ่านไม่ทัน ทำไมเยอะจัง จะอ่านไหวมั้ย ทำไงดีแว้Tongue out
....
..
.
ถ้าคุณคุ้นเคยประโยคนี้เหมือนกับผม ขี้เกียจอ่านหนังสือคล้ายผม และเหลือเวลามากกว่าหรือเท่ากับผม
บทความนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าคุณได้อ่าน และทำตามคำแนะนำข้างล่างที่ผมกำลังจะเขียนและอธิบาย
ต่อจากนี้ไป...
 
  แน่นอนละครับว่า ปัจจุบันนี้ผู้ที่เรียนทางด้านการแพทย์และสายวิทยาศาสตร์สุขภาพหลายๆสาย
ต้องสอบวัดความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามสายที่ตัวเองได้เล่าเรียนมา
โดยเฉพาะคนที่เรียนแพทย์สอบอะไรหลายstepเหลือเกิน เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเป็นNMLE strepไหนๆ
ก็เรื่องของเค้าไม่เกี่ยวกับเรา ของเรามีแค่Stepเดียว(ไม่นับสอบCompleนะจ๊ะ)ก็พอแล้ววววว
.....
...
 
เอาละตั้งหัวข้อไว้ว่า7วัน แต่เอ นี่เหลืออีกตั้ง10วันแน่ โกหกป่าวว่า7วัน Foot in mouth
แหม่ๆๆๆ ก็รุ้ตัวเหลืออีก10วันก็แทบไม่พอแล้วจร้า ทีนี้สามวันก่อนเริ่มอ่านซึ่งก็คือ7วันนี้ ทำอะไรดี
อย่างแรก และลำดับถัดมาที่ต้องทำมีดังต่อไปนี้
1.ตั้งสติ อันนี้จิงๆ อย่าโวยวายว่าจะอ่านไม่ทันLaughing
2.รวบรวมเอกสาร ทั้งชีทและhandoutทั้งหมดทั้งมวลที่มีและหาได้ จัดเป็นรายวิชาๆ ให้ได้เป็นกองๆ อย่ามั่ว
3.อาบน้ำทาแป้งให้เรียบร้อย คือเป็นการทำใจให้สงบ นึกไว้ว่า อ่านทันๆๆๆTongue out
4.ลองทำข้อสอบตัวอย่างที่ถ่ายเอกสารมา ตั้งใจทำนะ ข้อไหนไม่ได้ จดไว้ว่าวิชาอะไรYellYellYell
5.ตรวจข้อสอบที่ทำ แล้วดูข้อที่ผิดและทำไม่ได้ จากนั้นสำรวจตัวเองว่าอ่อนวิชาอะไร เรียงลำดับเลยยิ่งดี
6.หยิบเอกสารในวิชาและเรื่องที่เรายังจำไม่ได้ออกมาจากกองเอกสาร รวบรวมเอาออกมาใส่เป้ไว้ก่อน
7.เตรียมอาวุธ!!! กระเป๋าดินสอ ไฮไลท์ น้ำดื่ม แต่ห้าม!!!เอา ของหวานและนม* ไปเป็นเสบียงเด็ดขาด
 
  และนี่ก็คือ7ข้อที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายในสามวัน จะใช้เวลาเยอะหน่อยในการจัดเอกสารที่วุ่นวาย
โดยเฉพาะคนที่ชอบเก็บชีทไว้แบบแรนดอมแบบผม 555 ใช้เวลาจัดไปสองวันเลยทีเดียว
ทีนี้ ถ้าคัยเวลาเหลือ อ่านไปก่อนเลย เพราะจะเสียเวลารอให้พ้อนสามวันอะนะฮรี่ๆๆๆSurprised
จากนั้นต้องหาที่อ่าน อย่าอ่านหนังสือที่ห้องเราหรือหอเพื่อนเด็ดขาด!!! เพราะคุณจะไม่ได้อ่านหรอก
เพราะถ้าไม่นั่งเล่น facebook ดูหนังโป๊ โหลดคลิป ก็นั่งเม้ามอยกะเพื่อนๆเรา เพราะฉะนั้นอย่าอ่านที่ห้อง
และในเมื่อเราจ่ายค่าเทอมทีละเป็นหมื่นๆ ซึ่งในนั้นคิดค่าบริการค่าเข้าห้องสมุดไว้ ใยไม่ไปนั่งที่เย็นๆล๊า จิงมะ
สรุปก็จะได้ที่อ่านหนังสือคือ-->หอสมุดมหาวิทยาลัย<--Smile
 
  ข้อต่อมาคือ อย่าอ่านหนังสือคนเดียว ทำไมอะหรอ แยกเป็นข้อๆได้เลยละเด้อออ
1.อ่านไปอ่านมาคนเดียว หลับยาวแล้วจะไม่มีคัยปลุกนะเออ
2.อ่านเองคนเดียว อาจอ่านหรือเข้าใจเนื้อหาผิดก็ได้ อันนี้เคยเป็นแหละ หุหุ
3.อ่านคนเดียวจะไม่มีการเปลี่ยนบรรยากาศเลย แต่ถ้าอ่านกับเพื่อนจะได้ผลัดกันถามตอบแลกเปลี่ยนเนื้อหากัน
 
แค่นี้พอ เดวแตกประเด็นเกิน สรุปเป็นว่า ไปอ่านกะเพื่อน(ที่สนิทหน่อยนะ แก๊งเดวกันประมาณนี้)ที่หอสมุดนะจ๊ะ
 
จากนั้นเหลือเวลาอีก7วัน จิงๆและ จากนี้จงปฏิญาณตนปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้
1.ตั้งใจอ่านให้เต็มที่ที่สุด
2.อย่าท้อ ท่องไว้ว่า ทำให้เต็มที่ จะได้ไม่เหนื่อยหลายครั้ง
3.เอาน้ำไปดื่มด้วยก็ดี แต่อย่าหวาน และอย่าเป็นนม เพราะจะทำให้ง่วง
4.พักเบรคสัก10นาที
5.กินข้าวก่อนไปอ่าน และพักไปทานข้าว อย่าให้ท้องหิว
6.ถามตอบกับเพื่อนแลกเปลี่ยนเนื้อหาและทริคที่เราไม่รู้(ถึงบอกว่าให้ไปกะเพื่อนสนิทๆไง)
7.ใช้เวลาอ่านในช่วงกลางคืนให้มาก อันนี้ไม่รุ้สิ รุ้สึกว่าอ่านตอนกลางคืนมันconcentratedมากกก จิงๆInnocent
 
 
เอาแค่7ข้อนี้พอ เพื่อให้สอดคล้องกะ7วันตามหัวเรื่อง (ล้อเล่นแค่นี้พอแล้ว)
 
เวลาอ่าน ให้อ่านเนื้อหาที่เราไม่ได้เลย กะที่เราอ่อนอยู่ก่อนเอาให้เข้าใจ แล้วค่อยไปอ่านข้อสอบ
มีทริคอยู่นิดนึงว่า ต้องเก็งข้อสอบเป็น(บ้าง)จะได้ไม่หลงทางอ่านในเวลาที่จำกัด เช่น
วิชาฮีมาโต เรื่องลูคีเมีย(ภาษาไทหมดเลยเนอะ ห่าFoot in mouth) อนุมานว่า ทนพ. อย่างเราควรรู้อะไร
แนนอนว่า ต้องเกี่ยวกับdyeที่เอามาย้อมแล้วใช้แยกระยะต่างๆ ดูมาเลยว่าสีแต่ๆอันใช้แยกระยะอะไรออกจากอะไร
แล้วเป็นสีที่ย้อมแล้วติดกะอะไร  หรือ เรื่องธาลัสซีเมีย ขอนอกเรื่องนิดส์ ถ้าคัยเคยเรียนภาษาเอลฟ์ จะพอเดาได้ว่า ธาลัส (Thalas) แปลว่าบ้าน ในที่นี้คือ host หรือร่างกายเรา ส่วน ซีเมีย เป็นการเอาคำว่า anemiaแปลว่า ซีด
มาสนธิกับตัวสุดท้ายของคำว่า thalas ได้เป็น Thalassemia นั่นเอง ความหมายโดยตรง แบบปัญญาอ่อนก็คือ
"บ้านซีด" ซึ่งก็คืออาการแสดงออกของโรคตามพยาธิสภาพของมันนั่นเอง อยากรู้ไปอ่านเองนะ เดวออกเกิน
 
ถึงไหนแล้ววะ ออกอ่าวมากและ อ้อ เรื่องธาลัยซีเมีย ก็น่าจะออกเรื่องที่ว่าให้พ่อแม่เป็น... ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคอะไร ประมาณนี้ แล้วก็ เกี่ยวกับสายโกลบิน ไปอ่านเองนะ
 
ถ้าเราเก็งข้อสอบเป็น มันจะง่ายขึ้นเยอะ ทีนี้ 1วันก่อนสอบ อ่านถึงสี่ทุ่มพอ แล้วนอน
จะดื่มวีต้าก่อนนอนหรือไม่ก็แล้วแต่ อย่านอนเกินสี่ทุ่ม จากนั้น ตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้า ทบทวนnote
ที่เราจดไว้เล็กๆน้อยๆตอนอ่านกะเพื่อนสักหน่อย หาอะไรอุ่นๆดื่ม ไปทานข้าวที่ขณะ พูดคุยกะเพื่อนเรา
ไม่ต้องเครียดอะไรทั้งนั้น ท่องให้ขึ้นใจในวันนี้ว่า...
 
ชั้น/กู ต้องทำได้!!!
 
ขอให้บทความเล็กๆนี้ เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่อ่านทุกคนนะครับ
ขยันๆ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นขยันหรอกครับ
แต่ถ้าต้องการกำลังใจ ระลึกไว้ครับ ว่าครั้งนี้ ขอสู้เพื่อพ่อกับแม่สักครั้งในชีวิตครับ!!Money mouthMoney mouth

"Omija" มันคืออะไรกัน???

posted on 18 Jun 2011 15:46 by archimonde directory Fashion, Knowledge, Diary
อะแฮ่มๆ ไม่ได้เขียนบทความอย่างนี้มานานเลยทีเดียว(เคยเขียนตั้งแต่เมื่อไหร่แว๊Foot in mouth)
อันด้วยจากสภาวะอารมณ์ที่ไม่ค่อดีเท่าไหร่ (ตะล้อดๆอะCry)
 
วันนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องผลิตภัณฑ์ตัวนึงของสกินฟูด(Skinfood) ซึ่งเป็นตัวที่ผมสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
 
และคิดว่าคงมีคนที่สนใจไอ่เจ้าตัวนี้ไม่แพ้ผมเหมือนกัน...
แต่ขอบอกก่อนนะครับว่า... "นี่ไม่ใชรีวิวผลิตภัณฑ์ของสกินฟูด" เพราะผมไม่เคยใช้
 
งานเขียนนี้เป็นเพียงการอ้างอิงทางด้านวิชาการเกี่ยวกับสาร(substances)ภายในและความเห็นส่วนตัวเท่านั้น
 
เอาละครับเข้าเรื่องเลยละกัน...
.
.
....
อย่างแรกที่เราควรรู้กันก่อนเลยก็คือ...
Omija นี้ เป็นชื่อที่เรารู้จักกันในภาษาเกาหลี แน่นอนว่าเมื่อพูดแบบนี่้แสดงว่ามีชื่ออื่นอีก
 
แน่นอนครับ มันอีกหลายชื่อเลย เช่นภาษาจีนเรียก wǔ wei Zi (อ่าไม่ออกอ่ะFoot in mouth) ในภาษาญี่ปุ่นเรียก
โกมิชิ (gomishi)  ภาษาเกาหลีเรียก omija (โอมิจา) (hangul: 오미자) ,
ชาวAinuเรียกว่า รีพแนพ (repnihat) , และชื่อในทางวิทยาศาสตร์ของมันคือ
.
.
.... Schisandra chinensis .... 
(ชิแซนดร้า ไชเนนสิส อ่าออกอังกฤษหน่อยก็ ชิซันดร้ะ ไชเนนสิส)
 
   ทีนี้พอเรารู้จักชื่อของมันพอคร่าวๆแล้ว เราสงสัยมั้ยว่ามันคือะไร
ครับ ถูกต้องแล้ว มันชือพืชชนิดหนึ่งที่ชาวจีน พี่ยุ่นและเกาหลีเค้ามาทำชาดื่มกัน ตั้งแต่โบราณมาแล้ว
 
สังเกตจากชื่อคงเดาได้แล้วว่าชาวจีนเป็นคนเอาื่มาก่อน(มั้ง) หรือไม่ก็น่าจะอยู่ในประเทศจีน
 
และมีอีกนิยามนึงที่ชาวจีนให้ไว้กับomija คือ "five flavor berry" น่าจะแปลว่ามันคือ ผลเบอรี่5รสนั่นเอง
 
ซึ่งรสทั้ง5ที่เค้าบอกไว้อันได้แก่ เค็ม,หวาน,เปรี้ยว, เผ็ด* และขม
(*อนึ่งในเรื่องของรสชาติผมไม่ทราบว่า เ็ผ็ด คือรสชาติหรือเปล่า เค้านิยามไว้เช่นนี้
เผื่อมีผู้เรียนด้านรสชาติอาหารมาเห็นแล้วจะแอบนั่งด่าข้อมูลหาว่าผมมั่วได้Foot in mouth)
 
นั่น พูดมาตั้งนานลืมเอารูปให้ดูเลย
 
อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผมสนใจโอมิจาขึ้นมา
 
*ขอบคุณเว็บไซต์ต่างๆที่ผมนำภาพมา ไม่ได้ลงลิงค์ให้แต่ผมทำเชื่อมโยงไว้ให้แล้วนะครับ
^
^
^
นี่แหละ อ่าาาา เห็นแ้ล้วน่าใช้ดี แพ็คเกจน่าหลงใหลมากๆ (เคลิ้มๆๆๆSurprised)
 
อะ มาต่อกันยังไม่จบโอมิจานี้ เป็นพืชพื้นเมืองของจีนตอนเหนือและทางรัสเซียตะวันออก(ก็มีกะเค้าด้วย)
 
ที่นี้มาดูรูปแบบจริงๆดีกว่าว่าหน้าตามันเป็นจะได
 
 
หลังจากที่พอเข้าใจเป็นไอเดียแล้ว(ถึงไหนแล้ววะFoot in mouth)
 
อ้อ มีการศึกษาทาด้านเภสัชวิทยาในสัตว์ว่า ....
มันเพิ่มความสามารถในการทำงานทางกายภาพและป้องกันความเครียดจากปัจจัยอันตรายต่างๆมากมาย
(broad spectrum of harmful factors)
.
.
?
งงใช่ปะ 555+
 
สรุปก็คือ มันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เราเรียกคุ้นปากกันว่า แอนตี้ออกซิแด้นFoot in mouth (Antioxidant) นั่นเอง
ง่ายขึ้นเลยเนอะ
 
ทีนี้ถามว่ามันช่วยแค่เรื่องอนุมูลอิสระแค่นี้หรอ คำตอบคือไม่แน่นอน มันยังช่วยในเรื่องของภาวะheat shock
หนาวเกิน, เย็นเกิน, ผิวหนังไหม้, น้ำร้อนลวก(ไปใช้โทานฟง่ายกว่าKiss), น้ำแข็งกัด(ไม่แน่อิีก20-30ปีข้างหน้าเมืองไทยอาจเจอพายุพิมะได้555Surprised), การเคลื่อนไหวที่ลำบากหรือการขยับร่างกายไม่ได้(ใช้ยังไงสงสัยๆ)ช่วยในกรณีที่(เจือก)ดำน้ำลงลึกเกินไป,แผลอักเสบ,โดนรังสีหรือกระทั่งถูกพิษจากโหละหนัก...
.
.
.แม้ๆๆๆๆ ของเค้าดีจริงๆ 555+
.
.
แต่!!!!!!!!!! มันเจ๋งกว่านั้น คือสารสกัดมันมีฤทธิ์ในการเป็น  phytoadaptogen** แล้วเข้าไปมีผลในเรื่องของ
ระบบประสาทส่วนกลาง,ระบบประสาทพิมพาทติก,ระบบต่อมไร้ท่อ,ระบบหายใจ,ระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงระบบทางเดินอาหารเลยทีเดียว  (central nervous, sympathetic, endocrine, immune, respiratory, cardiovascular, gastrointestinal systems)
 
ซึง่ก็คือช่วยบรรเทาให้พยาธิสภาพหรือโรคที่เกิดในระบบต่างๆดีขึ้น
(แต่อย่าลืมว่านี่คือการศึกษาในสัตว์ในมนุษย์ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ต่างกว่าที่เรายังไม่รุ้แน่ชัด)
 
และที่พูดมานี่ไม่ใช่นั่งเทียนเขียนมั่วเหมือนนิตยสารดาราไปวันๆ(โคตรไร้สาระดาราก็คนมั้ยละInnocent)
ที่เสนอมานี้มีงานวิจัยรองรับนะครับไม่ชื่อลองเข้าไปดู
(***ขอบคุณPUBMEDและScienceDirectcและproxyของมหายวิทยาลัยที่ทำให้โหลดเปเปอร์ได้)
ผมไม่แน่ใจงานเปเปอร์ฉบับเต็มเปิดโหลดฟรีมั้ย แต่บทคัดย่อก็สรุปมาใ้ห้ทั้งหมดแล้วอะนะ
 
**phytoadaptogen หลายคนอาจไม่รู้จักคำี้นี้ว่าคืออะไร งง
phytoadaptogen แยกเป็น2คำคือ
 
Phyto หรือ Phyt หมายถึง Plant(พืช)
 
adaptogen หมายถึง ผลิตภัณฑ์จากพืชธรรมชาติ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถของร่างกายในการรับมือกับ ปัจจัยความเครียดภายใน(ระบบเผาผาญของร่างกาย) และ ภายนอก(สิ่งแวดล้อม;แสงแดด,ควัน,อาหาร ฯลฯ)รวมทั้ง หน้าที่ปกติของร่างกาย  ช่วยรักษาสภาพภายในร่างกายให้มีความเสถียรหรือที่รู้จักกันว่า homeostasis และลักษณะที่สำคัญคือ ปลอดภัย และ ผลข้างเคียงน้อยมาก
 

ตอนนี้มียาเม็ดออกมาขายแล้วแต่ไม่รู้ว่าในไทยเรามีรึเปล่า เห็นแต่แบบสกินฟู้ดที่เป็นเครื่องสำอาง
 
ประโยชน์ในทางเภสัชวิทยายังมีอีกเยอะแยะเลย(เริ่มขี้เกียจFoot in mouth)
สรุปสุดท้ายเลย
ไอ้เจ้า Schisandra chinensis ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพทางร่างกายและจิตใจ 
-บรรเทาความเมื่อยล้าและสร้างความแข็งแรง   
-มีประสิทธิภาพต่อต้านแบคทีเรียที่เชื่อมต่อเกี่ยวกับความผิดปกติของปอด(พวกS.pneumo,K. pneumo)  
-ส่งเสริมการจัดหาออกซิเจนสำหรับเซลล์ต่างๆ
-ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยป้องกันความเครียด  
-ช่วยในระบบสืบพันธุ์ด้วย

จบ
เหนื่อยจิงFoot in mouth
เขียนตั้งแต่บ่ายยันเย็นเลย
ถ้าทำสัมมนดีเหมือนแบบนี้คงเก่งสุดในรุ่นเลยเนอะ
555+
ขอบคุณครับ
 
Refs.
Panossian A. Wikman G."Pharmacology of Schisandra chinensis Bail.: an overview of Russian research and uses in medicine. [Review]" Journal of Ethnopharmacology. 118(2):183-212, 2008 Jul 23
 
http://en.wikipedia.org/wiki/Schisandra_chinensis#cite_note-4
 
http://www.naturalelixir.com/schisandra.html

เผยบาปในใจทั้ง7ประการ

posted on 18 May 2011 21:55 by archimonde directory Diary
Greed: High
 
Gluttony: Medium
 
Wrath: Very High
 
Sloth: Medium
 
Envy: Very High
 
Lust: Very High
 
Pride: High
 
 
จากผลสรุปการวิเคราะห์มันบอกว่า...
จากผลทั้งหมดนี่เรามี Wrath หรือ โทสะ เป็นบาปหนักที่สุด ==a
 
เออ เวรกำ(แอบตรงนะ)
คัยว่างๆก็ลองทำดูเน่อ....
.
.
.
...ฝนตก จั้กๆ...

"พรำๆ"

posted on 10 May 2011 22:54 by archimonde directory Diary
ตอนนี้ ฝน กำลังตกพรำๆ อากาศกำลังเย็นสบาย...
อย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้เหงื่อไม่ออก
สำหรับผมแล้วยังมีอีกอย่างที่กำลังพรำๆเหมือนกัน
.
.
...
พรำ, พรำ ๆ    [พฺรํา] ก. ตกน้อย ๆ เรื่อยไป (ใช้แก่ฝน) ในคําว่า ฝนพรํา. ว. อาการ
    ที่ฝนตกน้อย ๆ เรื่อยไป ใช้ว่า ฝนตกพรํา ฝนตกพรํา ๆ.
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไง...
อย่างแรกต้องอ้างถึงบทความบทหนึ่งก่อนว่า
"...มิตรเป็นคนสำคัญ
เพราะมิตรสามารถรู้จุดอ่อน จุดแข็งของชีวิตเรา
รู้ว่าหากเราล้ม ทำอย่างไรจะให้เราลุก
หรือทำอย่างไรที่จะหยุดลมหายใจของเรา
เพราะคำพูดคำเดียวของมิตร
สามารถทำลายเราได้ทั้งชีวิต
   การมีศัตรูร้อยคน...
จึงไม่น่ากลัวเท่าการมีมิตรทรยศเพียงคนเดียว..."
(ที่มา:ห้องนั่งเล่นของความคิด เขียน:ลูกปัด สนพ.:ใยไหม พิมพ์ครั้งที่:17)
 
ใช่ คิดว่าเริ่มเจอกับตัวเองแล้ว แต่ไม่คิดว่า มันจะมาเร็ว และใกล้ขนาดนี้
อย่าเสริมบทความนี้อีกหน่อยนึงว่า...
ขณะที่เราใส่หน้ากากในทุกๆวัน
มีเพียงมิตรเท่านั้นที่(แอบ)แงะหน้ากากเราออก
ทิ้งร่องรอยของความเจ็บปวด และคราบน้ำตาไว้บนหน้าเรา
.
.
"พรำๆ
ข้างใน
ปวดร้าว"
.
.
เช่นเดียวกัน
ทำไมต้องมาทำกับเราแบบนี้
โทรมาบอกกันบ้างก็ได้
ไม่ก็ยิงมาให้โทรกับบ้าง
เราจะได้รู้ข่าวคราวอะไรกับเขาบ้าง
 
หรือมันอาจคงสะใจพวกเธอที่เราโดนด่า
หรืออยากรู้กันแค่ในกลุ่มของเธอที่มีเราเป็นแค่ส่วนเกิน
 
รู้มั้ย
เบื่อเหมือนกันแหละ
เบื่อเหมือนกัน
ที่มันมีสิ่งเลวๆแบบนี้เกิดขึ้น
(กู)เบื่อ...
 
เอาวะ
สามสี่ปียังทนมาได้
อีกแค่ไม่กี่เดือนสี่ห้าเดือนเอง ทำไมจะทนไม่ได้
เชื่อเถอะ เราจะเก็บไว้ ว่าเราเคยโดนอะไรมา
เราจะจำ แล้วรอวันที่มันเป็นของเราบ้าง
เราจะรอ
เฝ้ารอ
.
.
.
รอ
.
.
...

♫ ♬ArchiAuiteZ ♪ ♩ View my profile

Share on Facebook